ดัดฟันเดือนที่ 4

posted on 03 May 2009 21:28 by rayg

ผ่านไปแป้บๆ ไม่น่าเชื่อว่าตอนนี้ดัดฟันไปได้แล้ว 4 เดือนด้วยกัน สองเดือนแรกเป็นการใส่เครื่องมือฟันล่าง ส่วนฟันบนหมอเพิ่งจะใส่ให้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่ใส่ทีเดียวทั้งหมด แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็ช่วยให้กินอาหารได้ง่ายกว่า เพราะติดเครื่องมือหรือดึงลวดแต่ละทีนี่มันปวดซะจนกัดอะไรไม่ได้เลยนะ

นึกไปนึกมาก็ตลกดีเหมือนกันที่อยู่ดีๆกลับมาอัพบล้อก ทั้งๆที่ไม่ได้มีใครอ่าน แต่ตอนแรกอยากจะเก็บประวัติการทำฟันไว้ ไม่รู้จะโพสที่ไหน ก็เลยต้องย้อนกลับมาอัพที่บล้อกตัวเอง ทั้งๆที่จริงหา open source ไปติดตั้งที่เว็บเอาก็ได้

เมื่อวานไปดูหนังกับน้องสองคนมา (น้องแท้ๆ) หยุดยาว 5 วัน ออกข้างนอก เสียเงินลูกเดียว ไอ้เราก็เป็นคนเดียวที่มีรายได้ ก็เลยต้องจ่ายให้ชาวบ้านตลอด แต่ไม่เป็นไร ก็หวังว่าพวกมันจะรีบเรียนให้จบๆแล้วรีบกลับมาเลี้ยงเราบ้างนะ ก่อนกลับเจอหมอยิปซีข้างทาง เลยแวะทำนายซักหน่อย (ไม่เชื่อแต่ไม่ลบหลู่) ไม่ได้ถามหมออะไรเลยนะ เริ่มต้นมาไพ่ชีวิต ได้ไพ่ Emperror หมอบอกว่าการเรียนการงานจะดี มีการเลื่อนตำแหน่งๆ บลาบลาบลา ซึ่งจริงๆก็ดีใจเล็กน้อยที่ได้ยินงี้ เพราะช่วงนี้คิดมากเรื่องการเปลี่ยนงาน เพราะอยากจะเปลี่ยนจากปัจจุบันที่ทำ Team lead ที่ดูด้าน technical ล้วนๆ ไปเป็น Technical project manager ที่ดูและสเกลงานที่ใหญ๋ขึ้น แต่ยังไม่กล้าขยับตัวเพราะกลัวทำไม่ได้ T_T คิดไปคิดมาชีวิตที่อายุ 26 ปีตอนนี้ก็น่าจะมีความคืบหน้าอะไรบางอย่างบ้างได้แล้ว ปีหน้าก็เริ่มผ่อนคอนโด แล้วส่วนตัวคิดจะซื้อรถคันแรกให้ตัวเองอีก (ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาอะไร เพราะเวลาจะซื้ออะไรที ไม่เคยได้วางแผนล่วงหน้าตลอดเลย)

ส่วนอีกเรื่องที่คิดมากเหมือนกัน ก็คือเรื่องความรัก เริ่มมาหมอก็ใจดี พูดดักคอเลย น้องยังไม่มีดวงเรื่องความรัก จะมีความสุขช้ากว่าคนอื่น แป่วววว เศร้า จริงๆก็ไม่ได้จะอะไรมากหรอก ปกติก็เป็นคนเรื่อยๆเปื่อยๆอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ทำไมช่วงนี้รู้สึกว่ามันคิดหมกมุ่นกับเรื่องนี้หลายครั้งเหลือเกิน หรือบางทีเราอาจจะเหงาโดยที่เราไม่รู้ตัว? ลำพังก็ได้แต่คิดว่าซักวันถ้าเจอคนที่ใช่มันก็คงใช่เองนั่นแล่ะ แต่ผ่านมาสองสามปี ไม่มีใครเข้ามาในชีวิตจริงๆเลย หมอก็บอกเราเป็นคนเลือกมาก ซึ่งมันก็จริง เพราะเอาจริงๆแล้วมันก็มีหลายคนนะ ที่อยากจะยุ่งกับเรา แต่เรากลับไม่เคยสนใจเค้าพวกนั้นเลย คิดไปคิดมา เหมือนกับว่าตัวเราเองนั่นแล่ะที่ทำให้ไม่มีใคร :(

ไอ้เราก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อหมอดูเท่าไหร่หรอก เพราะมันก็พิสูจน์ไรไม่ได้ แต่ที่หมอพูดมันก็จริง พอเริ่มคิดมากๆ ก็จะกลายเป็นหมกมุ่น ตอนนี้เลยทำใจ เล่าให้น้องฟัง (จริงๆมันก็อยู่ตอนดูดวง) มันก็ชี้ให้ดู บอกเห็นมั้ย ไพ่ emperror ยิ่งใหญ่ แต่ไร้คู่เคียงข้าง อ้ากกกก (เกี่ยวตรงไหน -0-") ก็คนเราอ่ะนะ ต่อให้เย็นชาเรื่อยเปื่อยยังไง ซักวันมันก็ต้องมีเวลาเหงา ทั้งๆที่รอบข้างเราก็มีเพื่อนมีน้องมีครอบครัววนเวียนมาตลอดก็เถอะ บางทีก็เบื่อเหมือนกันกับเวลาที่มีคนมาถาม เมื่อไหร่จะมีแฟน? เอ๋า ก็มันไม่เจอก็ไม่รู้จะมียังไง ครั้นจะให้เอาใครก็ได้แบบนั้นก้ไม่ไหวเหมือนกัน อยากอยู่สงบๆมากกว่าจะต้องมาปวดหัววุ่นวายกับเรื่องงี่เง่า

เดี๋ยวรอทำฟันเสร็จก่อนละกัน เผื่อฟลุ้คหล่อขึ้นแล้วจะมีคนหันมาสนใจ 5555

รู้สึกว่าเริ่มไร้สาระละ

ลืมพิมพ์ หมอทายด้วยว่ามีสาวแก่มาชอบ ซึ่งโคตรของโคตรของโคตรจะตรงเลย ไม่ใช่คนเดียวด้วย ไม่อยากนับแล้วว่ากี่คน หรือเรามันสเปคสาวแก่นะ เย้

จริงๆหัวข้อตอนนี้มันดัดฟันนะ - -"

เห็นวัยรุ่นหลายคนพยายามหาเรื่องที่จะดัดฟันเหลอืเกิน มันเป็นแฟชั่นหรือยังไง ไม่เข้าใจ รู้มั้ยว่าการดัดฟันน่ะ ... มันเจ็บโว้ยยยย วันนี้เป็นวันแรกของการใส่เครื่องมือ (ใจจริงอยากจะผ่าๆให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่คุณหมอไม่ยอม) ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการดัดฟันไปก่อนสองปี ก็ไม่ได้ถามคุณหมอนะ ว่าเค้าจะดัดอะไรยังไง ไปถึงก็นั่งรออยู่เกือบชม. กว่าจะได้ขึ้นเขียงให้หมดจัดการกับฟันของเรา

เริ่มต้นก็ไม่พูดพล่ำทำเพลง ผู้ช่วยเอาผ้ามาปิดหน้า O_O" ยังกะจะคลุมศพอะไรอย่างนั้นแน่ะ หรือสงสัยกลัวเราแอบดูเทคนิคการดัดฟันของคุณหมอก็ไม่รู้ ซักพักคุณหมอก็เอาสำลี ยัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เข้าปาก จำไม่ได้ละว่ายัดมากี่อัน รู้แต่ว่าเยอะมาก แล้วหลังจากนั้นก็ไม่รู้ละว่าทำอะไรบ้าง เดี๋ยวก็เสียบ เดี๋ยวก็กรอ เดี๋ยวก็ติด อะไรไม่รุ้เยอะแยะมากมาย จนกระทั่งเวลาผ่านไปครึ่งชม. คุณหมอเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่ยัดไว้ในปากเราออก โอ้ว เหล็กมันมาอยู่บนฟันเราเรียบร้อยแล้ว สุดยอดเทคโนโลยีแห่งศตวรรษที่ 20 จริงๆ

ขอบคุณคุณหมอเสร็จก็กลับไปทำงานต่อ แต่ขอโทษ รู้สึกเหมือนปากนี่ห้อยเป็นโน้ตเชิญยิ้มเลยอ่ะ เพราะดัดแต่ด้านล่าง (แล้วเราก็ฟันล่างครอบฟันบนอยู่แล้วด้วย แต่ดีที่ไม่เยอะ) พูดแต่ละทีนี่เหมือนเป็ดเลยอ่ะ ลิ้นก็คับปาก ปากก็แห้งบ่อยซะเหลือเกิน และที่สำคัญที่สุด กินอาหารแข็งๆไม่ได้ ! อ้ากกกก โคตรทรมานเลย ลืมนึกไปว่าหลังดัดฟันจะเคี้ยวอะไรไม่ได้ไปซักพัก จากที่สืบมา ต้องใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ กว่าทุกอย่างจะเข้าสู่โหมดปกติ แง โชคดีนะที่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาสั่งพิซซ่ามาเคี้ยวให้หายอยากล่วงหน้าไปก่อนแล้ว

 นี่เราต้องกินโจ้คทุกวันไปอีก 1 สัปดาห์เหรอเนี่ย? ไม่นะ :( ไม่อยากนึกถึงความทรมานตอนผ่าเลย คงจะสุดยอดยิ่งกว่านี้เยอะนะเนี่ย

ซื้อคอนโด

posted on 14 Dec 2008 09:30 by rayg

 

จริงๆมองเรื่องการซื้อห้องไว้อยู่มาได้ซักพักแล้วนะ แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะมีภาระหลายอย่างจนแทบจะไม่มีโอกาสให้ได้คิดเรื่องการผ่อนห้องเพิ่มอีกห้อง (ตอนนี้ก็ต้องจ่ายค่าบ้านให้แม่ แถมยังค่าเช่าที่อยู่ปัจจุบัน แล้วยังต้องส่งน้องเรียนอีก แง) แต่เผอิญไปเจอโฆษณาของคอนโดแห่งนึง เริ่มต้นได้ถูกมาก แถมผ่อนดาวน์ก็ไม่เยอะเท่าไหร่ เลยลองตัดสินใจ ชวนน้องไปดูเมื่อหลายวันก่อน

 การเดินทางนี่ก็นานพอสมควรนะ ซักครึ่่งชั่วโมงนิดๆได้มั้ง นั่งรถไฟฟ้าไปสุดสายเลย แถมยังต้ัองนั่งมอเตอร์ไซต์ต่ออีก 3 นาทีแน่ะ แต่ก็ไม่ไกลมากเท่าที่คิด บรรยากาศรอบๆตัวคอนโดนี่จัดว่าใช้ได้เลย ไม่พลุกพล่าน สงบเงียบ อยู่ริมคลอง แถมมีต้ันไม้เยอะอีกตังหาก เลยเดินเข้าไปดูห้องตัวอย่าง ทั้งแบบสองห้องนอน กับหนึ่งห้องนอน

 ยอมรับว่าถูกใจกับการจัดแบ่งห้องของเค้ามาก ที่สำคัญคืออุตส่าห์แยกโซนครัวออกมาชัดเจนนี่แล่ะ เจ๋งจริงๆ แม้แต่กับห้องขนาด 1 ห้องนอน ยังรู้สึกได้เลยว่ากำลังดี ก็เลยคิดอยุ่ซักพัก (ชวนน้องไป ถามมัน มันไม่ได้ช่วยตัดสินใจไรเลย :/) สุดท้ายก็มองว่า ซื้อไว้ก็ดี ดีกว่าต้องไปเสียค่าเช่าเรื่อยๆตอนนี้ั อีกอย่างกว่าน้องจะเรียนจบ ถึงตอนนั้นเราก็คงทำอะไรกับชีวิตได้สะดวกมากกว่านี้ เลยตัดสินใจซื้อห้องแบบหนึ่งห้องนอนไว้ห้องนึง (ถึงแม้จะชอบมาก แต่ก็ไม่ได้กะอยู่ไปตลอดชีวิตหรอกนะ ดีไม่ดีอยู่ซัก 5 ปีคงเริ่มเบื่อแล้วล่ะ 5555 ถึงตอนนั้นค่อยว่ากันอีกที)

 ก็จองอะไรเสร็จสรรพ ตอนแรกจองไว้แบบรวมเฟอร์นิเจอร์ไปแล้ว เพราะขี้เกียจมายุ่งยากหาของเอง แต่พอคิดไปคิดมา ตอนนี้ชักจะเปลี่ยนใจ อยากหาเฟอร์เองละ รุ้สึกว่าอยากเลือกของที่อยากได้จริงๆ แต่กว่าคอนโดจะสร้างเสร็จก็อีกตั้งสองปีแน่ะ เสร็จพร้อมๆกับที่ต้องเริ่มผ่าปากเลย โอ้ว ช่างเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ยาวนานจริงๆ (ทั้งคู่) แต่ก็นะ ถ้าไม่เริ่มวันนี้ จะไปเริ่มวันไหน นี่แสดงว่าเราได้เข้าสู่จุดเริ่มต้นของการใช้ชีวิตแบบผู้ใหญ๋จริงๆแล้วเหรอเนี่ย โอว

 

edit @ 14 Dec 2008 09:38:56 by Ray